Acl Injury

Anterior Cruciate Ligament

acl injury คืออาการบาดเจ็บ หรือการฉีกขาดของเอ็นที่อยู่บริเวณไขว้หน้าของข้อเข่า (Anterior Cruciate Ligament) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นหลักชนิดหนึ่งในหัวเข่า อาการบาดเจ็บนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทาง การกระโดด หรือเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน มักเกิดในขณะเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ อย่างฟุตบอลหรือบาสเกตบอล ผู้ป่วยอาจได้ยินเสียงในข้อเข่า ในขณะที่รู้สึกปวดหรือบวมที่ข้อเข่า

การรักษา acl injury คือการรักษาตามความรุนแรงของอาการ ผู้ป่วยอาจต้องพักการใช้งานข้อเข่า และหยุดออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของข้อเข่า แต่ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด และทำกายภาพฟื้นฟูร่างกายด้วย เพราะหากปล่อยให้เกิดอาการผิดปกติโดยไม่ทำการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาในภายหลังได้

อาการของ acl injury

อาการในช่วงแรกที่ injury คือ อาการข้อเข่าบวม เนื่องจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า อาจมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อร่วมด้วย ต่อมาผู้ป่วยมักรู้สึกว่าข้อเข่าหลวมขึ้น เหมือนไม่มั่นคง อาจมีอาการเข่าพลิกหรือข้อเข่าเคลื่อนหลุดออกจากกันได้ โดยเฉพาะในขณะที่กำลังบิดขา หรือเดินไม่ถูกท่า ส่วนมากผู้ป่วยจะไม่สามารถวิ่งซิกแซ็กได้ หรือหยุดวิ่งทันทีไม่ได้ เนื่องจากข้อเข่าเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง หรือเข่าหลุด กรณีที่มีการฉีกขาดของหมอนรองกระดูกข้อเข่าร่วมด้วย ในขณะเคลื่อนไหวจะมีอาการเจ็บตามแนวข้อต่อ หรือมีอาการข้อเข่าติดร่วมด้วย หรือที่เรียกว่าเข่าล็อก

ความรุนแรงของอาการเอ็นฉีกขาด แบ่งได้ 3 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 การฉีกขาดภายในเนื้อเยื่อของเอ็น โดยที่เอ็นยังไม่ยึดหรือขาดจากกันอย่างชัดเจน

ระดับที่ 2 เกิดการฉีกขาดของเอ็นบางส่วน

ระดับที่ 3 เส้นเอ็นฉีกขาดจากกันทั้งหมด

การวินิจฉัยอาการเอ็นไขว้หน้าขาด

อาการบาดเจ็บระดับ 1 เกิดจากการฉีกขาดบางเส้นใยของเนื้อเอ็น มักมีเลือดออกมาเพียงเล็กน้อย โดยไม่ทำให้เกิดการเสียสมรรถนะของเอ็นที่มากเกินไป (functional loss) เส้นเอ็นยังไม่สูญเสียความแข็งแรง การรักษาจะบรรเทาตามอาการ

อาการบาดเจ็บระดับ 2 ลักษณะของการบาดเจ็บจะมีการฉีกขาดของตัวเส้นเอ็นบางส่วน ผู้ป่วยจะเกิด functional loss โดยจะรู้สึกเจ็บมาก เดินเกินลำบาก หรือเดินไม่ได้  เกิดอาการปวด บวม เจ็บ มีรอยเขียวช้ำที่ชัดเจน ต้องใช้เวลา 2 – 3 สัปดาห์รอยบวมจึงจะค่อย ๆ ยุบลง แต่ข้อต่อยังคงแข็งแรงมั่นคง

ผู้ป่วยมักสามารถกลับไปเล่นกีฬาได้อีก เมื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว และระมัดระวังการใช้ข้อในระหว่างการรักษา และควรทำกายภาพบำบัดรักษาการเคลื่อนไหวขัอต่อ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ไม่หักโหมใช้งานเส้นเอ็นจนกว่าอาการจะหายสนิท ระยะเวลาในการรักษาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6 – 10 สัปดาห์ acl ligament ที่บาดเจ็บจะสมานเข้ากันดีในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน

อาการบาดเจ็บระดับ 3 หากผู้ป่วยบาดเจ็บในระดับนี้ จะทำเอนเสียสมรรถภาพ เพราะเกิดการฉีกขาดอย่างรุนแรง จนเส้นเอ็นไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้ acl tear ออกจากกัน หรือขาดจากส่วนที่ยึดเกาะกับกระดูกได้เช่นกัน ลักษณะการบาดเจ็บแบบนี้จะส่งผลเกิดการหลวมหลุดของข้อต่อ ทำให้ข้อต่อไม่มั่นคง การรักษาโดยมากต้องใช้การผ่าตัด อย่างการผ่าตัดเพื่อเย็บซ่อม (primary repair) หรือการผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นขึ้นมาใหม่ (reconstruction)

สาเหตุของ acl injury

หัวเข่าประกอบด้วยกระดูก กระดูกอ่อน เอ็นกล้ามเนื้อ และ anterior cruciate ligament โดยเอ็นยึดภายในข้อเข่าคือตัวยึดระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นให้ยึดติดเข้าด้วยกัน กรณีเอ็นไขว้หน้าจะอยู่บริเวณกลางหัวเข่า โดยทำหน้าที่ยึดระหว่างกระดูกหน้าแข้งและกระดูกต้นขา เพื่อไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนออกมาด้านหน้าของกระดูกต้นขา และเสริมความมั่นคงของข้อเข่าเอาไว้ด้วยกัน

การบาดเจ็บ หรือฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าของข้อเข่าเกิดจากการกิจกรรมหนัก ๆ หรือการเล่นกีฬาที่ทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงกดทับหรือแรงกระแทก อาจเกิดจากการหยุดหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน การชะลอฝีเท้าขณะวิ่ง การกระโดดลงมาในตำแหน่งที่ผิดท่า การบิดเท้าขณะยืนนิ่ง ๆ และการได้รับแรงปะทะบริเวณหัวเข่า อาการ acl injury จึงพบได้บ่อยในนักกีฬาประเภทฟุตบอล บาสเกตบอล ยิมนาสติก หรือเล่นสกี

การสวมรองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้า การใช้อุปกรณ์การกีฬาที่ไม่เหมาะสม หรือการเล่นกีฬาบนหญ้าเทียม อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิด acl injury ได้ โดยเพศหญิงถือว่ามีความเสี่ยงของในการเกิด acl injury สูงกว่า เนื่องจากสรีระ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และฮอร์โมนนั้นแตกต่างกว่าเพศชาย

การรักษาอาการ acl injury

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปฏิบัติทันทีที่ได้รับบาดเจ็บทันที โดยใช้น้ำแข็งประคบบริเวณข้อเข่าที่บาดเจ็บ หากบาดเจ็บแต่ยังสามารถลุกขึ้นมาเดินได้ สามารถเดินทางไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมภายหลังได้ แต่หากผู้บาดเจ็บจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้ ต้องรีบพาผู้บาดเจ็บไปพบแพทย์ทันที

การวินิจฉัยจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยทางรังสีร่วมด้วย อย่างการเอกซเรย์ การทำ MRI เพราะการถ่ายภาพรังสีแบบปกติอาจไม่สามารถเห็นอวัยวะภายในข้อเข่าได้ทั้งหมด แต่จะช่วยให้เห็นว่ามีกระดูกแตกหักด้วยหรือไม่

การรักษาตามอาการ หากการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไม่สามารถให้อาการบาดเจ๋บทุเลาลงไป แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม แต่ผู้บาดเจ็บยังต้องพบแพทย์เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ เพื่อพิจารณาผลการรักษา และอาจต้องผ่าตัดจึงจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

การรักษาหลังผ่าตัด นอกจากการผ่าตัดจะมีความสำคัญในการรักษาแล้ว การดูแลหลังการผ่าตัดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ควรสร้างภาระให้ร่างกายบริเวณที่บาดเจ็บมากจนเกินไป โดยผู้ป่วยควรพันเข่าด้วยสำลีหนา ๆ แล้วรัดให้แน่นด้วยผ่ายืด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบวมนานอย่างน้อย 3 – 4 วันหลังการผ่าตัด จากนั้นผู้ป่วยจึงจะเริ่มทำการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหัวเข่าได้

บางครั้งอาจต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือน กว่าเส้นเอ็นใหม่จะแข็งแรงพอที่จะกลับมาวิ่งหรือเล่นกีฬาได้ และเส้นเอ็นที่สร้างขึ้นใหม่อาจไม่แข็งแรงเท่าเส้นเอ็นเดิม กรณีที่ผู้บาดเจ็บมีอายุน้อย ก็มีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้มากกว่าผู้ที่มีอายุมากแล้ว แต่ต้องขยันทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด

ภาวะแทรกซ้อนของ acl injury

ผู้ที่เคยมีอาการ acl injury มักมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) หรือภาวะข้ออักเสบ (Arthritis) เมื่อเข้ารับการผ่าตัดสร้างเส้นเอ็นใหม่ โดยเฉพาะในกรณีที่อาการบาดเจ็บรุนแรง ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acl-injury/symptoms-causes/syc-20350738
  • https://www.medicinenet.com/torn_acl/article.htm
  • https://medlineplus.gov/ency/article/001074.htm

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด