วิธีรักษารอยสิวที่ดีที่สุด

รอยสิว

สิวนอกจากจะสร้างความหงุดหงิดพอสมควรแล้ว ยังทิ้งรอยสิวเอาไว้อีก ข่าวดีคือรอยสิวสามารถรักษาได้

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้คุณจะไม่มีสิวเลยและพึ่งมี จนเกิดเป็นรอยสิวขึ้น

บางการรักษารอยสิวที่จะกล่าวต่อไปไม่สามารถรักษาได้ด้วยยารักษาสิวทั่วๆไป การอักเสบที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเกิดสิวที่จะไปลดประสิทธิภาพในการรักษาลง

การลดรอยสิว

รอยแผลเป็นจะก่อตัวขึ้นเมื่อสิวเกิดลึกลงไปในผิวหนังและทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใต้นั้น

ก่อนที่จะเริ่มรักษารอยสิว สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ ชนิดของสิวที่เป็น โดยสิวแต่ละชนิดตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกันไป และบางการรักษาอาจจะเหมาะกับสิวชนิดที่จำเพาะ

รอยหลุมสิว (Atrophic / depressed scars)

รอยหลุมสิว (Atrophic scarsมักพักได้ทั่วไปบนใบหน้า โดยรอยสิวชนิดดังกล่าวจะเกิดลึกลงใปรอบๆบริเวณผิวหนัง มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีคอลลาเจนในร่างกายไม่เพียงพอขณะการฟื้นหายของแผล รอยหลุมสิวมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน:

วิธีรักษารอยสิวด้วย Boxcar

เป็นรอยสิวหลุมที่มีขนาดกว้าง ลักษณะเป็นรูปตัวยู (U-shaped scars) มีทั้งหลุมตื้นและหลุมลึก ยังดีที่ว่ารอยสิวชนิดนี้ตอบสนองการรักษาด้วยการทำทรีทเมนต์ผลัดผิว

รอยสิวหายด้วย Ice pick

เป็นรอยสิวที่มีขนาดไม่กว้าง ลักษณะเป็นรูปตัววี (V-shaped scars) ที่สามารถฝั่งลึกลงไปใต้ผิวหนัง โดยดูจากภายนอกเหมือนจะเป็นรอยสิวกลมๆเล็กๆ เหมือนรอยแผลเป็นอีสุกอีใส แต่รอยสิวชนิดนี้ยากแก่การรักษา เนื่องจากรอยสิวหยั่งลึกเป็นวงกว้างใต้ชั้นผิวหนัง

แก้รอยสิวด้วย Rolling

รอยสิวหลุมชนิดนนี้มีขนาดกว้าง โดยทั่วไปมีลักษณะขอบมนเหมือนลูกกลิ้ง

รอยสิวชนิดรอยนูน (Hypertrophic / raised scars)

เป็นรอยสิวที่พบมากที่สุดของสิวบริเวณหน้าอกและหลัง โดยมีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิวหนัง สาเหตุเกิดจากการมีคอลลาเจนมากเกินไปขณะกระบวนการฟื้นหายของแผล

รอยดำจากสิว (Dark spots)

รอยดำจากสิว เกิดขึ้นภายหลังที่สิวหายไปแล้ว หลงเหลือไว้เพียงรอยดำซึ่งไม่ใช่รอยแผลเป็น โดยรอยอาจมีสีม่วง, สีแดง หรือสีน้ำตาล แต่จะจางหายไปเองภายในเวลาไม่กี่เดือน

การดูแลรักษาที่บ้าน

ก่อนที่จะเริ่มรักษารอยสิว สิ่งสำคัญคือควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเสียก่อน พวกเขาสามารถช่วยประเมินและหาวิธีรักษารอยสิวที่ดีที่สุดให้แก่คุณ และจะช่วยยืนยันได้ว่ารอยแผลเป็นที่เกิดบนผิวหนังของคุณเกิดจากรอยสิวไม่ได้เกิดจากภาวะอื่นๆ

กรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่ (Alpha hydroxy acids)

กรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่ (Alpha hydroxy acids :AHAs) มักพบในผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อรักษาสิว ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและป้องกันรูขุมขนอุดตัน นอกจากนี้ AHAs ยังช่วยลดรอยสิวจนไม่สามารถสังเกตได้

AHAs เป็นกรดอ่อนๆที่ออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เป็นรอยดำจากสิวและผิวที่หยาบกร้าน ให้หลุดลอกออกไป

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด

การหาซื้อ: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่ (alpha hydroxy acids)

กรดแลคติก (Lactic acid)

อย่าวิตกกังวลไปเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวกับการออกกำลังกายเลย มีการศึกษาในกลุ่มเล็กๆงานหนึ่งในปีค.ศ.2010 แพทย์ผิวหนังได้ให้กรดแลคติกในการผลัดเซลล์ผิวหนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน ผลปรากฏว่าผิวสัมผัส, ลักษณะ และเม็ดสีผิวดีขึ้น อีกทั้งยังลดรอยดำจากสิวให้แลดูจางลง

ซึ่งการผลัดเซลล์ผิวดังกล่าวมีทั้งแบบขัดผิวโดยตรง, เซรั่ม และขี้ผึ้งที่ผสมกรดแลคติก แต่คุณสามารถใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ซึ่งเป็นกรดแลคติกตามธรรมชาติมาเจือจางกับโทนเนอร์ หรือครีมลดรอยดำจากสิวได้

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด

การหาซื้อ: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรดแลคติก (lactic acid)

เรตินอยด์ (Retinoids)

เรตินอยด์แบบเฉพาะที่ (Topical retinoids) เป็นการรักษาสิวร่วมกับการทำให้รอยสิวนุ่มลง นอกเหนือจากการเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวสัมผัสดีขึ้น เรตินอยด์ยังช่วยลดรอยดำจากสิวและรอยสิวจนไม่สามารถสังเกตได้ เมื่อไม่นานนี้มีการทบทวนรายงานพบว่า แม้ว่าเรตินอยด์จะทำให้ผิวไวต่อแสงแดด อย่างไรก็ควรทาครีมกันแดดทุกวันเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยเรตินอยด์

เรตินอยด์มีทั้งในรูปแบบครีมและเซรั่ม หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป แต่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพสามารถกำหนดปริมาณเรตินอยด์ให้มีความเข้มข้นสูงขึ้นสำหรับคุณได้ ทั้งนี้สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารออกฤทธิ์ที่ประกอบไปด้วยเรตินอยด์ได้

เหมาะสำหรับ: รอยหลุมสิว (Atrophic or depressed scars)

การหาซื้อ: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของเรตินอล (retinol)

กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid)

มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะเคยใช้กรดซาลิไซลิกในการรักษาสิวในอดีต จากแผ่นแปะมาสู่การรักษารอยดำจากสิวและครีมลดรอยดำจากสิวมาจนถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า นี่เป็นประเภทของผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิวในปัจจุบัน

กรดซาลิไซลิกจะช่วยในการขจัดรูขุมขน ลดอาการบวมและแดง รวมไปถึงผลัดเซลล์ผิวเมื่อใช้ในการทา กรดซาลิไซลิกได้รับคำแนะนำว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในการรักษารอยสิว

คุณสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิไซลิกไปในการดูแลผิวของคุณทุกๆวันได้ หรือใช้ในการผลัดเซลล์ผิวนานๆที

อาจเห็นผลที่แตกต่างภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากใช้กรดซาลิไซลิก มันอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองได้ หากคุณมีผิวที่แพ้ง่ายอาจต้องใช้ผิลตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบดังกล่าวนานๆครั้งหรือใช้เฉพาะจุดที่เกิดรอยสิวเท่านั้น

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด

การหาซื้อ: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิไซลิก (salicylic acid)

ครีมกันแดด (Sunscreen)

เป็นเรื่องจริงที่ว่าครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวัน เพราะการเผชิญกับแสงแดดทำให้เกิดรอยดำจนสังเกตได้

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด

การหาซื้อ: ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด

สถาบันเสริมความงาม

หากดูแลผิวด้วยตนเองที่บ้านแล้วไม่พบความแตกต่างที่เกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอาจสามารถช่วยคุณได้ โดยคุณสามารถนัดพบผู้เชี่ยวชาญในสถาบันเสริมความงามต่างๆในการดูแลผิวให้คุณ ซึ่งปัจจุบันก็เป็นที่แพร่หลาย

การกรอผิว (Dermabrasion)

การกรอผิว (Dermabrasion) iเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีประสิทธิภาพและนิยมใช้รักษารอยสิวบนใบหน้า โดยมีทั้งแบบทำเองที่บ้านเป็นชุดกรอผิว microdermabrasion แต่หากไปใช้บริการในสถานเสริมความงามโดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการกรอผิวที่ลงลึกสู่ชั้นผิวกว่าแบบทำเองที่บ้าน

เหมาะสำหรับ: รอยสิวที่ตื้น เช่น รอยสิวชนิด boxcar หรือ rolling ถึงแม้ว่าเป็นรอยสิวที่ลึกลงไปก็รักษาได้จนแทบสังเกตไม่ได้

สารเคมีในการผลัดเซลล์ผิว (Chemical peels)

นี่ไม่ได้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์มาร์กหน้าในแบบที่คุณชอบรู้สึกผิดเวลาเลือกใช้ สารเคมีในการผลัดเซลล์ผิว (chemical peel) จะเป็นกรดแก่ที่ใช้ในการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนเพื่อลดรอยสิวให้ตื้นขึ้น

สารเคมีบางตัวที่มีฤทธิ์อ่อนๆก็เพียงพอที่สามารถใช้เองที่บ้านได้ แต่ผู้ให้บริการทางการแพทย์สามารถให้ส่วนผสมที่แรงกว่าซึ่งมาพร้อมกับผลที่น่าทึ่ง

โดยสารเคมีในการผลัดเซลล์ผิวมีหลายประเภทแตกต่างกันไป ทางที่ดีที่สุดปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพในการเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด มักใช้สำหรับรอยสิวที่อยู่ระดับลึกลงไปในชั้นผิว

การผลัดเซลล์ผิวด้วยเลเซอร์ (Laser resurfacing)

มีความคล้ายกับการใช้สารเคมีในการผลัดเซลล์ผิวและการกรอผิว โดยเลเซอร์จะผลัดเซลล์ที่ชั้นผิวส่วนบน ซึ่งการรักษาดังกล่าวมีความรวดเร็วในการฟื้นหายกว่าการผลัดเซลล์ผิดด้วยวิธีอื่นๆ

อย่างไรก็ตามภายหลังการเลเซอร์ ขณะที่รอให้แผลหายดีต้องมีการพันที่พันแผลเอาไว้ อีกทั้งวิธีนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ยังมีอาการเห่อของสิวอยู่และจะไม่เห็นผลในผู้ที่มีสีผิวคล้ำ

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด และผู้ที่มีสีผิวสว่าง

ฟิลเลอร์ (Fillers)

ผู้ให้บริการทางสุขภาพจะใช้ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มในการเติมร่องรอยสิวและช่วยลดริ้วรอยอื่นๆของผิวด้วย ฟิลเลอร์มีทั้งทำจากคอลลาเจน, ไขมันของคุณเอง หรือฟิลเลอร์ที่ขายกันทั่วไป โดยพวกเขาจะฉีดเข้าไปข้างใต้บริเวณผิวหนังเพื่อช่วยให้เติมร่องลึกให้ตื้นขึ้นและลดรอยหลุมสิว (depressed scars)ให้เรียบเนียน

ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ก่อนที่จะต้องกลับไปเติมอีกครั้ง แต่บางตัวสามารถอยู่ได้ถาวร

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีรอยสิวชนิด boxcar หรือ rolling ในปริมาณไม่มาก

เทคนิกเข็มขนาดเล็ก (Microneedling)

เป็นการรักษาแบบใหม่ที่นำเอาเข็มขนาดเล็กมากลิ้งบนรอยสิว โดยเข็มที่ฝั่งลงไปบนผิวหนังจำนวนหลายเล่มนั้นไม่ได้ทะลุผ่านลงไป เป็นเพียงแค่จิ้มเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการทำ microneedling ช่วยลดร่องลึกของรอยสิวได้ แต่การรักษาด้วยวิธีดังกล่าวใช้เวลากว่า 9 เดือนกว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง และข้อมูลจากสถาบันผิวหนังวิทยาแห่งอเมริกา(American Academy of Dermatology) กล่าวว่านอกเหนือจากปัจจัยความกลัวในการทำ microneedling ถือว่าเป็นการรักษาที่ปลอดภัยซึ่งได้ผลกับทุกสีผิว

เหมาะสำหรับ: ลดรอยสิวทุกชนิด

การฉีดยา (Injections)

มียาที่แตกต่างกันประมาณ 2-3 ตัวที่สามารถฉีดเข้าไปในรอยสิวที่นูนให้อ่อนนุ่มลง ตัวอย่างเช่น คอติโคสเตียรอยและยาเคมีบำบัด อาทิ ฟลูออโรยูราซิล (fluorouracil :5-FU) และอินเตอร์เฟียรอน (interferons) การฉีดจะฉีดยาเป็นชุดทุกๆ 2-3 สัปดาห์

เหมาะสำหรับ: รอยสิวที่นูน

การผ่าตัดเล็กในคลินิก

ขั้นแรกจะเริ่มด้วยการนำเอารอยสิวออกก่อนและตกแต่งผิวบริเวณนั้น ซึ่งศัลยแพทย์จะเลือกทำการผ่าตัดเล็กในรอยสิวที่เห็นได้ชัดก่อน ส่วนรอยสิวที่เล็กๆจะปล่อยให้หายเองตามกาลเวลา

ผู้ให้บริการทางการแพทย์จะผ่าตัดดึงรอยสิวที่ลึกโดยการคลายเส้นใยด้านล่างให้ตื้นขึ้นจนไม่สามารถสังเกตได้ เรียกการผ่าตัดดังกล่าวว่า subcision

เหมาะสำหรับ: รอยหลุมสิวที่ลึกและนูนขึ้นมา

ประเด็น

รอยสิวอาจเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด แต่ก็มีหนทางในการรักษามากมายจนทำให้ไม่สามารถสังเกตได้ โดยรอยสิวส่วนใหญ่จะคงอยู่ถาวร แต่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพสามารถช่วยให้คุณพบวิธีที่ช่วยลดรอยสิวได้

ทางที่ดีที่สุดในการรักษารอยสิวคือการป้องกันการเกิดสิว

คุณสามารถลดโอกาสการเกิดของรอยสิวได้ หากคุณไม่กดสิว หลีกเลี่ยงการบีบ, กดสิวให้แตกออกไม่ว่ามันจะน่าบีบขนาดไหน เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังและการถูกทำลายของเนื้อเยื่อ ซึ่งนำไปสู่รอยสิว

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.healthline.com/health/acne-scars
  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/324784
  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/expert-answers/acne-scars/faq-20058101

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด