แอสไพริน (Aspirin)

ปัจจุบันการหาซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไปเป็นเรื่องที่สะดวงสบาย บางครั้งก็สามารถซื้อยาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา รวมไปถึงแอสไพริน ทั้งที่เป็นยาที่หลายคนรู้กันดีว่าผลข้างเคียงของแอสไพรินอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ายาชนิดนี้สามารถซื้อกินเองได้หรือไม่

แอสไพริน (Aspirin) เป็นยาในกลุ่ม NSAIDs : Non Steroidal Anti-Inflammatory Drugs. ใช้สำหรับต้านการอักเสบ ปวด บวม แดง ลดไข้ กล่าวอีกนัยคือ เป็นยาหลักของของยาในกลุ่มยาระงับปวด ลดไข้ (Analgesics/antipyretics) ชนิดไม่เสพติด อีกทั้งยังใช้ในการป้องกันการเกิดหลอดเลือดอุดตันได้อีกด้วย (Antiplatelet)

ชื่อสามัญ Aspirin (Acetylsalicylic acid : ASA)

ชื่อทางการค้า Aggrenox, Alka-Seltzer, Caparin

ข้อบ่งใช้

  1. ใช้เพื่อการบรรเทาปวด ต้านการอักเสบ และลดไข้
  2. ใช้เพื่อรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตัน

Aspirin กลไกการออกฤทธิ์

แอสไพรินเป็นยาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของฤทธิ์ในการบรรเทาปวด ลดไข้ และต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ปัจจุบันแอสไพรินถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นยาที่มียอดขายสูงสุดตัวหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ในฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ทำให้แอสไพรินถูกใช้ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด เช่น เส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองอุดตัน และเส้นเลือดที่ขาอุดตัน เป็นต้น

โดยการออกฤทธิ์ แอสไพรินจะไปยับยั้งเอนไซม์ในร่างกายที่ทำให้เกิดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบที่มีชื่อว่า Cyclooxygenase : COX โดยเอนไซม์นี้ยังมีผลในการกระตุ้นเพื่อสร้างสารที่ทำให้เเกิดการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดมีชื่อว่า Thromboxane-A2 ฉะนั้นหากเราไปยับยั้งแอสไพริน นอกจากกจะได้ทั้งบรรเทาอาการอักเสบแล้ว ยังทำให้เกล็ดเลือดเกาะกลุ่มกันมากขึ้น

ขนาดและวิธีใช้ยาแอสไพริน

ขนาดยาแอสไพรินขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้และดุลพินิจของแพทย์ 

  1. เพื่อบรรเทาอาการปวด อักเสบ และลดไข้ : 325 – 650 มก. ทุก 4 – 6 ชม. หรือใช้เมื่อมีอาการ รับประทานยาหลังอาการทันที
  2. เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นที่หลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจ ครั้งแรกของการใช้ยา แพทย์จะให้เคี้ยวยาขนาด 300 – 325 มก.เพื่อให้ระดับยาในเลือดมากพอ และเกิดการยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดอย่างรวมเร็ว เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์ก็จะลดขนาดยาแอสไพรินเป็นขนาดต่ำ 81 มก. หรือที่เรียกกันว่า “Baby aspirin

ผลข้างเคียง

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ระคายเคืองกระเพาะอาหาร เกิดแผลในทางเดินอาหาร
  • หลอดลมตีบ โรคหืดกำเริบ
  • เลือดออกผิดปกติ
  • ผื่นลมพิษ

ข้อควรระวัง

  • ในผู้ที่เสี่ยงต่อการมีเลือดออก เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ โรคไข้เลือดออก ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด หรือถอนฟัน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาก่อนการผ่าตัด ห้ามหยุดยาเอง
  • เนื่องด้วยผลข้างเคียงของยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้ต้องรับประทานยาหลังอาหารทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหาร อาจใช้ยาลดกรดควบคู่ไปด้วย
  • การแบ่งยา เนื่องด้วยตัวยาอาจระคายเคืองทางเดินอาหาร การหัก หรือแบ่งยาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์ระหว่างที่รับประทานยาแอสไพริน เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดออกผิดปกติได้
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาแอสไพริน หรือยาตัวอื่นๆในกลุ่ม NSAIDs ไม่ควรใช้ยา
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหืด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน เนื่องด้วยผลข้างเคียงที่ทำให้หลอดลมตีบ อาจทำให้โรคหืดกำเริบได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา
  • ในหญิงตั้งครรภ์ แอสไพรินถูกจัดให้อยู่ในยากลุ่ม C ไม่ควรใช้ตลอดการตั้งครรภ์ ตัวยาอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ และเมื่อต้องให้นมบุตร ยายังสามารถส่งผ่านทางนมแม่ได้ ฉะนั้นอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เลือดออก กลุ่มอาการเรย์ (Reye’s syndrome) ในทารกได้ โดยเป็นโรคที่เกิดความผิดปกติของตับและสมองอย่างเฉียบพลันและรุนแรง พบได้น้อย แต่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้แอสไพรินระหว่างให้นมบุตร

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/161255
  • https://www.webmd.com/drugs/2/drug-1082-3/aspirin-oral/aspirin-oral/details
  • https://www.nhs.uk/medicines/low-dose-aspirin/
  • https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a682878.html

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด