เทคนิคการเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิวหน้า (Choosing a Healthy Facial Moisturizer) :

Rate this post

มอยส์เจอไรเซอร์คือครีมบำรุงผิวหน้าที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวให้ชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากแนะนำให้ใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวัน ควบคู่ไปกับการรักประทานอาหารที่มีประโยชน์ และผ่อนคลายความเครียด มีข้อแนะนำว่า “ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวดูนุ่มเนียน” และดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รู้จักประเภทผิวเพื่อเลือกครีมได้เหมาะสม

หลักการบำรุงผิวหน้าที่ดีคือการให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดดทุก ๆ วัน เพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ American Academy of Dermatology แนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังอาบน้ำเพื่อช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้นานขึ้น

สาเหตุที่ทำให้ผิวมีประเภทที่แตกต่างกันนั้นคือยีนและปัจจัยต่าง ๆ (ที่สามารถควบคุมได้) เช่น อาหาร ซึ่งประเภทของผิวนั้นมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท แต่ละประเภทจะมีปัญหาที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญในการเลือกครีมทาผิวคือต้องรู้ประเภทผิวของตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าใช้ครีมบำรุงแท้ที่เหมาะสมกับใบหน้า กรณีผิวแห้งมากอาจไม่ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำ ผิวแห้งจะต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมที่หนักกว่า เพราะจะดูดซับความชื้นได้ดีกว่า

ประเภทผิวต่าง ๆ ได้แก่:

  • ผิวแห้ง (มักมีข้อสงสัยว่าผิวแห้งมากใช้ครีมอะไรดี ซึ่งเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน)
  • ผิวมัน (เหมาะสำหรับมอยส์เจอไรเซอร์สูตรน้ำที่บางเบา)
  • ผิววัยรุ่น (เหมาะสำหรับมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบของน้ำมันเพื่อรักษาความชุ่มชื้น)
  • ผิวแพ้ง่าย (เหมาะสำหรับส่วนผสมที่อ่อนโยน อย่างว่านหางจระเข้ที่ไม่รุนแรงกับผิว)
  • ผิวธรรมดา / ผิวผสม (เหมาะสำหรับมอยส์เจอไรเซอร์สูตรน้ำที่บางเบากว่า)

หากไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตนเองอยู่ในประเภทใด สามารถทดสอบด้วยตนเองง่าย ๆ ด้วยการใช้กระดาษทิชชู่ 2 – 3 ชิ้น และใช้เวลาไม่กี่นาที ด้วยการกดกระดาษลงบนบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า แล้วพิจารณาปริมาณน้ำมันที่กระดาษดูดซับขึ้นมา เพื่อกำหนดประเภทของผิว

หลักเกณฑ์สำหรับแยกประเภทครีมบำรุงผิว

หลักเกณฑ์การแยกครีมทาผิวที่ดีสุดไม่สามารถพิจารณาจากราคา และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม แต่ให้พิจารณาที่ส่วนผสมและวิธีทำครีมทาผิวมากกว่า มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีต่อผิวต้องไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตราย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ช่วยสร้างความไว้วางใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กับใบหน้า และยังมีการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องแสดงรายการส่วนผสมบนฉลาก "เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อ"

บ่อยครั้งที่การทำความเข้าใจในส่วนผสมนั้นยุ่งยากซับซ้อน แต่การทำความเข้าใจส่วนผสมจะช่วยให้ผู้ใช้รู้มีอะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์ และใช้ตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

ปราศจากน้ำหอม และไร้กลิ่น : โดยทั่วไปแล้วครีมทาหน้าที่ปราศจากน้ำหอมคือครีมที่ไม่มีการเติมน้ำหอมลงในผลิตภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริงผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมก็อาจไม่ได้ปราศจากน้ำหอมอย่างแท้จริง เพราะส่วนผสมจากธรรมชาติหรือน้ำมันหอมระเหยยังคงทำให้กลิ่นน้ำหอมอยู่ น้ำหอมหลายชนิดเป็นน้ำหอมสังเคราะห์ ที่ใช้เพื่อปกปิดสารพิษซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังและอาการแพ้ต่าง ๆ

ผลิตภัณฑ์ไร้กลิ่นก็อาจเป็นน้ำหอมได้เช่นกัน โดยใช้เพื่อปกปิดกลิ่นทางเคมีที่ไม่พึงประสงค์ของผลิตภัณฑ์ น้ำหอมสังเคราะห์มักกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ยังอาจมีการระบุส่วนผสม "จากธรรมชาติ" มากมาย เพื่อแอบแฝงส่วนประกอบที่เป็นน้ำหอม

ส่วนผสมที่ใช้งานกับส่วนผสมที่ไม่ใช้งาน : ส่วนผสมที่ใช้งานคือส่วนผสมที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ทำตามคุณสมบัติที่ต้องการ ครีมบำรุงผิวหน้าที่ป้องกันรังสียูวี อย่างไททาเนียมออกไซด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารกันแดด แต่ส่วนผสมที่ไม่ใช้งานนั้นจะไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ แต่ต้องใช้เพื่อให้เกิดรูปแบบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ (ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเม็ดยา ของเหลว หรือครีม)

ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน: ผลิตภัณฑ์ที่ระบุข้อความนี้บนฉลาก โดยระบุว่าไม่ทำให้เกิดการอุดตัน หรือปราศจากน้ำมัน ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์มีการขจัดน้ำมันส่วนเกิน แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว

ไม่ก่อให้เกิดการแพ้: Hypoallergenic หมายถึงครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก แต่ข้อความบนบรรจุภัณฑ์อาจไม่ได้รับประกันความปลอดภัยแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพราะหมายถึงส่วนประกอบที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากกังวลว่าผลิตภัณฑ์จะทำให้เกิดการแพ้หรือไม่ ให้พิจารณาจากส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ว่าเคยก่ออาการแพ้ให้ผู้ใช้งานมาก่อนหรือไม่

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์อินทรีย์: ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ (และอาจมีสารเคมีหรือไม่ก็ได้) ส่วนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะมีการระบุว่าส่วนผสมจากธรรมชาตินั้นปลูกโดยปราศจากสารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมี

ออร์แกนิก 100 %: เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ต้องใช้ส่วนผสมที่ผลิตจากสารอินทรีย์เท่านั้น (ไม่นับรวมน้ำและเกลือ)

ออร์แกนิก: ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย "ออร์แกนิก" มีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิกอย่างน้อย 95 % (ไม่รวมน้ำและเกลือ) ส่วนผสมที่เหลือต้องเป็นสารที่ได้รับการรับรองว่ามาจากธรรมชาติ

มีส่วนผสมออร์แกนิก: มีส่วนผสมออร์แกนิกอย่างน้อย 70 %

มีส่วนผสมออร์แกนิกน้อยกว่า 70 %: ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ไม่สามารถระบุ “ออร์แกนิก” ได้ แต่ระบุได้ว่าส่วนประกอบใดที่เป็นออร์แกนิก

ขอบเขตการดูแลผิว : หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันรังสี UVB และ UVA จากดวงอาทิตย์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์บางชนิดอาจไม่ใช่ครีมกันแดด แต่ผลิตภัณฑ์จำนวนมากก็มีส่วนผสมแบบทูอินวันได้ หากเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่ป้องกันแดด วิธีทาครีมที่ถูกต้องคือทาครีมบำรุงผิวก่อนตามด้วยครีมกันแดด

พาราเบน : พาราเบนเป็นสารกันเสียที่ทำให้เครื่องสำอางมีอายุการเก็บรักษานานขึ้น เครื่องสำอางส่วนมากมักมีส่วนผสมของพาราเบน ได้แก่ เมธิลปาราเบน โพรพิลพาราเบน และบิวทิลปาราเบน ซึ่งเป็นสารที่ “ปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในปริมาณไม่เกิน 25%”

พาราเบนถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและดูแลผิวพรรณ แต่มีการศึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพราะมีความกังวลว่าสารนี้มีลักษณะคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ พาราเบนบางชนิดอาจระบุว่าเป็นออร์แกนิก

พาทาเลต : พาทาเลตพบในผลิตภัณฑ์หลายชนิด ทั้งน้ำหอม โลชั่นทาหน้า และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย รวมถึงของเล่น และบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นสารพลาสติกชนิดหนึ่ง ซึ่งยังมีข้อถกเถียงกันว่าเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานหรือไม่

No Responses

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด