อาหารขยะควรหลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพ (Junk Food)

Rate this post

อาหารขยะ คืออะไร

คำจำกัดความของอาหารขยะแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่ส่วนมากจะระบุว่าอาหารขยะคืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ อย่างขนมขบเคี้ยวที่ผ่านการแปรรูปที่มีแคลอรีมากมาย โดยเฉพาะแคลอรี่ในรูปของไขมันและน้ำตาล โดยมีวิตามิน แร่ธาตุ หรือไฟเบอร์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ตัวอย่าง ได้แก่

  • น้ำอัดลม
  • มันฝรั่งทอด
  • ลูกอม
  • คุ้กกี้
  • โดนัท
  • เค้ก
  • ขนมอบ

แม้ว่าอาหารไม่มีประโยชน์เหล่านี้จะถูกคิดว่าเป็นอาหารขยะ แต่ก็ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ให้พิจารณา

Junk food มีอะไรบ้าง

อาหารขยะมีอยู่แทบทุกที่ มีขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ สถานที่ทำงาน โรงเรียน และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ความพร้อมในการบริโภค และความสะดวกของอาหารขยะทำให้ยากที่จะจำกัดหรือหลีกเลี่ยง เคยสงสัยหรือไม่ว่าควรหลีกเลี่ยงไม่บริโภคเลย หรือกินเพื่อความเพลิดเพลิน แบบพอประมาณได้หรือไม่

อาหารขยะแบบแฝงตัว

อาหารหลายอย่างที่คิดว่าดีต่อสุขภาพอาจเป็นอาหารขยะได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องดื่มผลไม้ที่มีวิตามิน และแร่ธาตุ เพราะอาจมีน้ำตาลและแคลอรีเท่ากันกับน้ำโซดาและน้ำอัดลม

กราโนล่าและอาหารเช้าแบบแท่งที่แม้จะมีธัญพืชที่ดีต่อหัวใจเป็นส่วนประกอบ แต่กลับมีน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสหรือน้ำตาลในปริมาณสูงเทียบเท่าลูกอม

รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลูเตน เช่น คุกกี้ เค้ก และมันฝรั่งทอด ดูเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีกลูเตน แต่คุณค่าทางโภชนาการของอาหารทั้งสองชนิดกลับคล้ายคลึงกัน

แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลูเตนตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น น้ำผลไม้บางชนิด ช็อกโกแลตแท่ง และฮอทดอกก็ถูกระบุว่า "ปราศจากกลูเตน" เพื่อให้ดูมีสุขภาพที่ดีขึ้น

กลูเตนพบมากในข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์ และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องหลีกเลี่ยงกลูเตนด้วยเหตุผลทางการแพทย์

เหตุผลที่หลายคนติดอาหารขยะ

หลายคนมีอาการติดอาหารขยะ คุณสมบัติที่ทำให้เสพติดอยู่ที่น้ำตาลและไขมัน

น้ำตาลจะกระตุ้นให้สมองกระปรี้กระเปร้าเหมือนกับยาเสพติดอย่างโคเคน และโดยมากน้ำตาลเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถทำให้ติดได้ แต่เมื่อรวมกับไขมันแล้ว ก็กลายเป็นแรงดึงดูดที่ยากต่อการต้านทาน เพราะสามารถกระตุ้นและสร้างนิสัยในสมองให้เกิดความอยากอาหาร

ทำให้อยากบริโภคอาหารขยะมากเกิดขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น

โทษของอาหารขยะ

โรคที่เกิดจากอาหารอย่างโรคอ้วนเป็นโรคที่ซับซ้อน และมีหลายปัจจัย โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่คาดว่าความสะดวกในการซื้อหา ความอร่อยสูง และต้นทุนต่ำของอาหารขยะ ถือเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ และเบาหวานประเภทที่ 2

โรคอ้วน

อาหาร junk food มีค่าความอิ่มต่ำ หมายความว่าการกินอาหารขยะจะทำให้ไม่ค่อยอิ่ม เครื่องดื่มที่มีแคลอรี่อย่างน้ำโซดา เครื่องดื่มเกลือแร่ และกาแฟบางชนิด คือปัจจัยที่ส่งผลเลวร้ายที่สุด เนื่องจากสามารถให้แคลอรีได้หลายร้อยแคลอรี โดยไม่ลดความอยากอาหารลงเลย

แม้จะดูเหมือนไม่มีความสำคัญ แต่ก็อาจสัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

โรคหัวใจ

โรคหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลก การบริโภคน้ำตาลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคนี้

น้ำตาลที่มากเกินไปยังสัมพันธ์กับการเพิ่มของไขมันในเลือด ที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มความดันโลหิต ทั้ง 2 ปัจจัยนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

การกินอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นประจำยังพบว่าเพิ่มไตรกลีเซอไรด์และลด HDL (คอเรสเตอรอลดี) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

เบาหวานประเภทที่ 2

โรคเบาหวานประเภท 2 เกิดขึ้นเมื่อร่างกายกับการทำงานของอินซูลินไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือด

ไขมันในร่างกายส่วนเกิน จะทำให้ความดันโลหิตสูง HDL ต่ำ (คอเลสเตอรอลดี) ยิ่งมีประวัติเป็นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงชั้นต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2

การบริโภคอาหารอันตรายต่อสุขภาพเกี่ยวข้องกับไขมันในร่างกายที่มากเกินไป ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอล HDL ต่ำ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2

วิธีกินอาหารขยะให้น้อยลง

หลายวิธีที่ใช้เพื่อลดการบริโภคอาหารขยะได้มีดังนี้

ขั้นแรก ลองซื้อหาให้น้อยลง การที่อาหารขยะอยู่ไกลตาจะลดความอยากรับประทานได้

ขั้นที่ 2 หลีกเลี่ยงการกินมันฝรั่งทอด หรือขนมอื่น ๆ หากอยากกินจริง ๆ ให้กินครั้งละน้อย ๆ แทน

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพทดแทน ได้แก่:

  • ผลไม้: แอปเปิ้ล กล้วย ส้ม และเบอร์รี่
  • ผัก: ผักใบเขียว พริก บล็อกโคลี และกะหล่ำดอก
  • ธัญพืชเต็มเมล็ดและแป้ง: ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง คีนัว และมันเทศ
  • เมล็ดพืชและถั่ว: อัลมอนด์ วอลนัท และเมล็ดทานตะวัน
  • พืชตระกูลถั่ว: ถั่ว ถั่วลันเตา และถั่วฝักยาว
  • แหล่งโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ: ปลา หอย เต้าหู้ สเต็ก และสัตว์ปีก
  • ผลิตภัณฑ์นม: กรีกโยเกิร์ต ชีส และผลิตภัณฑ์นมหมัก เช่น kefir
  • ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ: น้ำมันมะกอก เนยถั่ว อะโวคาโด และมะพร้าว
  • เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ: น้ำ ชาเขียว และชาสมุนไพร

จำไว้ว่าควรทำเป็นประจำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด