ยาระบาย (Laxative)

Rate this post

เมื่อคนเรามีภาวะที่ลำไส้ไม่สามารขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายและสม่ำเสมอ หรือความถี่ของการอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ ร่วมกับเมื่อเวลาผ่านไปอุจจาระที่อยู่ภายในลำไส้ใหญ่ก็จะถูกลำไส้ดูดเอาน้ำออกไปเรื่อยๆทำให้อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งและยากต่อการขับถ่ายออกมาก ผู้ที่มีอาการเหล่านี้เรียกว่าอาการท้องผูก ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวดเวลาขับถ่ายและต้องออกแรงในการเบ่ง กรณีที่เป็นมีประวัติเป็นโรคหัวใจ การเบ่งอุจจาระจะเป็นอัตรายต่อภาวะหัวใจจนถึงแก่ชีวิตได้ ฉะนั้นการเลือกใช้ยาระบายจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยในการขับถ่าย

ข้องบ่งใช้

รักษาผู้ที่มีภาวะท้องผูก

การใช้ยาระบาย

กลุ่มของยาระบาย

ชื่อยาทางการค้า

กลไกการออกฤทธิ์

ข้อควรระวัง

1.กลุ่มยาที่ช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ (Bulk formimg laxatives)

Ispaghula husk

เป็นสารประเภทกากใยอาหาร สามารถอุ้มน้ำและเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น

ยากลุ่มนี้ใช้ได้ผลดีในผู้ที่ท้องผูกเล็กน้อย รวมไปถึงสตรีมีครรภ์

ต้องให้สารเกิดการพองตัวให้เต็มที่ในน้ำก่อนการรับประทานและควรดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1 แก้ว มิเช่นนั้นอาจเกิดการอุดตันในทางเดินอาหารได้

ไม่เหมาะในเด็กเล็ก

ในผู้ที่ท้องผูกรุนแรงมักใช้ไม่ได้ผลและอาจทำให้เกิดอาการเเน่นและอึดอัดท้อง

ไม่เหมาะในผู้ป่วยที่หลังผลให้ถ่ายอุจจาระภายใน 24 ชม. เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ช้า ประมาณ 1-3 วัน

2.กลุ่มยาที่เพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ (Osmotic & saline laxatives)

Polyethylene glycol

Lactulose

Sorbitol

Magnesium hydroxide

Sodium phosphate

เพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ใหญ่และทำให้ลำไส้เกิดการบีบตัว

หากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลต่อระดับอิเล็กโทรไลต์และปริมาณน้ำในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไตทำงานบกพร่อง

3.กลุ่มยาที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (Stimulant laxatives)

Bisacodyl

Sennosides

Senokot (มะขามแขก)

กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว โดยออกฤทธิ์ค่อนข้างแรงและเร็ว

อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง รวมถึงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของลำไส้หากใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน

4.กลุ่มยาระบายชนิดสวน (Enemas) และชนิดเหน็บ (Suppositories)

Glycerin suppository

เป็นการสวนยาระบายที่จะทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายโป่งพองจนเกิดการกระตุ้นภายในลำไส้ ร่วมกับทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง ทำให้ขับถ่ายออกมาได้

ออกฤทธิ์เร็วภายใน 15-30 นาที

มักใช้ในผู้ที่หวังผลให้ถ่ายภายในระยะเวลาสั้นๆ

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจเกิดจากการสวนที่ไม่ถูกวิธี ทำให้น้ำยาที่ใช้สวนรั่วซึมเข้าสู่ผนังลำไส้และอาจทำให้เกิดแผลได้

Bisacodyl ชนิดเหน็บ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุลำไส้ หากใช้ในขนาดสูงจะทำให้เยื่อบุผนังลำไส้ถูกทำลายได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ

5.ยาระบายกลุ่มอื่นๆ

Prucalopride

Lubiprostone

ใช้สำหรับรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังในรายที่ใช้ยากลุ่มอื่นแล้วไม่ได้ผล

หมายเหตุ : หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังเกิดอาการท้องผูก การใช้ยาระบายอาจเป็นตัวช่วยในการรักษาอาการท้องผูกได้ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ยาระบาย และควรเริ่มใช้ยาระบายที่ช่วยให้เกิดการขับถ่ายอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยก่อน เช่น กลุ่มที่เพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ หรือกลุ่มที่เพิ่มการดูดน้ำเข้ามาในอุจจาระหรือลำไส้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.webmd.com/digestive-disorders/laxatives-for-constipation-using-them-safely
  • https://www.nhs.uk/conditions/laxatives/
  • https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/constipation/in-depth/laxatives/art-20045906

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด