เมโทโคลพราไมด์ (Metocopramide)

Rate this post

เมโทโคลพราไมด์

Metoclopramide เป็นยาแก้อาการอาเจียนหรือคลื่นไส้อันมีสาเหตุมาจาก:

  • การฉายรังสีหรือเคมีบำบัด
  • อาการป่วยทีเกิดจากไมเกรน
  • อาการป่วยหลังการผ่าตัด

Metoclopramide มีในรูปแบบเม็ดและน้ำที่ใช้รับประทาน นอกจากนี้ยังมีชนิดฉีด แต่ยาชนิดฉีดนั้นจะใช้โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

สำหรับผู้ป่วยไมเกรน สามารถใช้ Metoclopramide ร่วมกับยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งจ่ายให้ได้

ข้อมูลสำคัญ

  • โดยทั่วไปเมโทโคลพราไมด์ใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ (ไม่เกิน 5 วัน)
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือรู้สึกง่วง และท้องเสีย
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หากรับประทานยาเมโทโคลพราไมด์ จะทำให้รู้สึกง่วงนอนมากขึ้น

ข้อบ่งใช้ Metoclopramide

สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่สามารถรับประทาน Metoclopramide

Metoclopramide ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบหาก:

  • เคยแพ้ยาเมโทโคลพราไมด์หรือยาอื่นๆ
  • เคยมีเลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้มา
  • มีปัญหาไตหรือตับ
  • มีการเต้นของหัวใจช้า
  • มีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต
  • มีความผิดปกติของเลือดจากพันธุกรรมที่ได้หายากเช่น Porphyria, Methaemoglobinemia หรือ NADH Cytochrome-b5
  • เคยมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกเมื่อทานยา เช่น Metoclopramide หรือยารักษาโรคจิต
  • ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน โรคลมบ้าหมู หรือชัก
  • กำลังพยายามตั้งครรภ์ หรือกำลังตั้งครรภ์ และกำลังให้นมบุตร

วิธีใช้ยา Metoclopramide

ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผู้ป่วยสามารถทานเมโทโคลพราไมด์ได้ทั้งขณะท้องว่างหรือสามารถรับประทานร่วมกับอาหารได้

ปริมาณยา

ปริมาณยาที่ควรได้รับอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยา Metoclopramide ตามคำแนะนำของแพทย์เสมอ

ปริมาณปกติสำหรับผู้ใหญ่คือ 10 มก. 3 ครั้งต่อวัน หรือตามที่แพทย์กำหนด

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 60 กก. และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือไต จะได้รับปริมาณที่ต่ำกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

กรณีที่ลืมรับประทานยา

หากผู้ปวยลืมทานยาเมโทโคลพราไมด์ ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปและทานยาต่อไปตามเวลาปกติ

อย่าเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า อย่าใช้ยาเกินขนาดเพื่อชดเชยการลืม

กรณีที่รับประทานยาเกินขนาด

การรับประทาน Metoclopramide เพิ่มเกินกว่า 1 เท่าอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ควรไปพบแพทย์ทันทีหาก

  • ผู้ป่วยได้รับยาเมโทโคลพราไมด์เกิน 2 โดสขึ้นไปถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกปกติ
  • ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ตัวสั่น ตัวสั่น ง่วงซึม สับสน หรือเห็นภาพหลอน

ผู้ป่วยไม่ควรขับรถไปเองและให้นำยาที่เหลือติดตัวไปด้วยเมื่อไปพบแพทย์

ผลข้างเคียง

Metoclopramide สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

ผลข้างเคียงเหล่านี้เกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก และอาการจะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง

ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่หายไป:

  • รู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะ
  • เป็นลม
  • ท้องเสีย

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

ในผู้ป่วยบางราย อาจมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงเมื่อใช้ยา Metoclopramide แต่อาจจะเกิดขึ้นได้น้อย

หยุดใช้เมโตโคลปราไมด์และแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการดังนี้:

  • ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อหรือดวงตา หรือดวงตาเคลื่อนไหวผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมได้
  • คุณมีอาการชักเกร็ง (ผลข้างเคียงนี้สามารถเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยเป็นโรคลมบ้าหมู)

อาการแพ้อย่างรุนแรง

ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย อาจมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ต่อ Metoclopramide หากมีอาการดังนี้ต้องไปพบแพทย์ทันที

  • มีผื่นที่ผิวหนัง มีอาการคัน แดง บวม แผลพุพองหรือลอกออก
  • คุณกำลังหายใจดังเสียงวี้ด ๆ
  • แน่นหน้าอก แน่นคอ
  • มีปัญหาในการหายใจหรือพูดคุย
  • ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือลำคอเริ่มบวม

ข้อควรระวังในการใช้ยาร่วมกับยาอื่น ๆ

ยา Metoclopramide และยาบางชนิดสามารถมีปฎิกริยาต่อกันและกระตุ้นการเกิดผลข้างเคียงได้

แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบผู้ป่วยกำลังใช้:

  • ยารักษาโรคพาร์กินสัน เช่น เลโวโดปา
  • ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมรวมทั้ง Diazepamและ Amitriptyline
  • ยารักษาอาการป่วยอื่น ๆ

ผสมเมโทโคลพราไมด์กับสมุนไพร

สมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ผลข้างเคียงของผู้ป่วยแย่ลงได้ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานอาหารเสริมสมุนไพรใด ๆ

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด