นมผง Milk Powder

Rate this post

นมเด็กทารก

น้ำนมคืออาหารสำคัญสำทารก ยิ่งในขณะที่พัฒนาการของฟันของทารกยังไม่สามารถใช้งานได้ โดยสิ่งที่เด็กบริโภคอยู่นั้นก็จะมีนมแม่ และนมผง โดยนมแม่กับนมผงเด็กต่างก็ให้คุณประโยชน์ และสารอาหารหลาย ๆ อย่างกับเด็ก ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ล้วนเพื่อโภชนาการของเด็กนั่นเอง

เป็นที่ทราบกันว่าการกินนมแม่คือวิธีการได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก มีการระบุว่านมทารกแรกเกิดที่ดีควรเป็นนมแม่แต่เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยภาวะทางสุขภาพและปัจจัยหลาย ๆ ด้านทำให้คุณแม่บ้างคนจำเป็นต้องใช้นมผงสำหรับเด็กมาทดแทน

ข้อแตกต่างระหว่างนมแม่กับนมผง

  • นมแม่ถูกสร้างขึ้นตามธรรมชาติ จึงมีความสะอาดปลอดภัย ในขณะที่นมผงเป็นนมที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีการกำหนดวิธีชงนมเด็กที่สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะมาปนเปื้อน
  • เด็กกินนมแม่จะได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของทารก ส่วนนมผงจะมีการปรับปรุงคุณค่า และเพิ่มเติมสารอาหารบางอย่างเพื่อให้เพียงพอกับร่างกายของทารก
  • การให้ทารกรับประทานนมแม่ จะช่วยกระตุ้นระดับฮอร์โมนของแม่ ร่างกายของแม่จะฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วและดีขึ้น แต่นมผงจะเพิ่มความสะดวกในกรณีที่คุณแม่มีภาระไม่สามารถมาป้อนนมลูกได้ทุกมื้อ

ภาวะที่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกด้วยนมผง

  • คุณแม่มีภาวะเจ็บป่วย หรือจำเป็นต้องรับประทานยาที่ไม่ปลอดภัยต่อทารก
  • ทารกมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาก จนไม่สามารถให้นมแม่โดยตรงได้
  • นมแม่มีไม่เพียงพอหรือไม่มีเลย

วิธีเลือกนมผงยี่ห้อไหนดี

  • อ่านฉลากให้ละเอียด พิจารณาสารอาหารแต่ละชนิดที่ผสมอยู่ในนมทารกว่ามีประโยชน์และเหมาะสมกับช่วงวัยของลูกหรือไม่
  • เช็ครายละเอียดส่วนผสมต่าง ๆ ให้ดี ไม่ควรเลือกซื้อนมผงที่มีส่วนผสมของน้ำตาลแทรกตัวอยู่ ทั้งน้ำตาลซูโครส น้ำตาลฟรุคโตส น้ำตาลกลูโคส น้ำผึ้ง หรือคอร์นไซรัป หรือหากไม่สามารถเลือกได้ควรเลือกนมผงที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยติดหวานเกินไป และอาจนำไปสู่ปัญหาฟันผุ และโรคอ้วนได้
  • เลือกนมเด็กทารกให้ตรงกับช่วงวัยของทารก เพราะนมผงแต่ละสูตรจะมีสัดส่วนของสารอาหารที่แตกต่างกัน ให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของเด็กที่ต้องการสารอาหารในการเสริมสร้างพัฒนาการที่แตกต่างกัน
  • ตรวจสอบความคุ้มค่าคุ้มราคา นมสำหรับเด็กที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป บางชนิดอาจมีราคาที่แพงเกินความจำเป็น เมื่อเทียบกับสารอาหารที่ลูกจะได้รับ
  • ขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่ควรใหญ่เกินไป เพราะทันทีที่เปิดบรรจุภัณฑ์ของนมผง นมชนิดนั้น ๆ ก็มีโอกาสปนเปื้อนหรือเสื่อมสภาพได้ จึงไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์นมผงที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป
  • สภาพร่างกายของทารก เช่น
  • อาการแพ้นมวัวของทารก วิธีสังเกตคือเกิดผื่นตามหน้าและตัว มีปัญหาท้องอืด ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ หากทารกแพ้นมวัวเปลี่ยนนมผงเด็กแรกเกิดใหม่ทันที โดยนมชนิดนี้จะลงท้ายด้วยคำว่า HA เพราะสื่อว่าได้เปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของโปรตีนในนมวัวแล้ว เช่น กระบวนการHydrolysate นมวัวเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการแพ้นมวัวลดลง
  • อาการแพ้แลคโตส หากมารกมีอาการท้องอืดบ่อย เกิดแก๊สในท้อง สังเกตจากท้องป่องผิดปกติ อึดอัด แน่นท้อง มักเกิดจากการย่อยนมที่มีแลคโตสไม่ได้ ให้พิจารณาเปลี่ยนเป็นนมที่ปราศจากแลคโตส หรือ Lactose-free formula
  • อาการแพ้นมถั่วเหลืองหรือไม่ นมชนิดนี้มักใช้ในกรณีที่ทารกแพ้นมวัว แต่ก็ต้องสังเกตว่าทารกมีอาการแพ้นมถั่วเหลืองหรือไม่ หากทรกแพ้ทั้งนมถั่วเหลืองและนมวัว แนะนำให้ใช้เป็นนมสูตรพิเศษ (Special formula) แทน โดยพิจารณาจากสภาวะของทารกเป็นราย ๆ ไป
  • ทดลองซื้อนมผงขนาดเล็กก่อน เพื่อสังเกตว่าทารกแพ้นมผงสูตรนั้นหรือยี่ห้อนั้นหรือไม่ จะได้เปลี่ยนได้ทัน

วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

การชงนมที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ทารกเกิดอาการท้องอืด ไม่สบายท้อง และร้องไห้งอแงไม่หยุดได้ โดยวิธีการชงนมที่ถูกต้องนั้น ได้แก่

1. ใส่น้ำในขวดยมก่อนตักนมผงลงไป

หากเติมนมผงลงไปก่อน การกะปริมาณน้ำอาจน้อยกว่าความเป็นจริงได้ ส่งผลให้ทารกได้รับนมที่เข้มข้นเกินไปได้ ซึ่งจะทำให้ทารกเกิดอาการท้องผูกได้

2. ไม่ควรใช้น้ำร้อนชงนม

การใช้น้ำร้อนชงนมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะน้ำร้อนจะทำให้นมจับตัวกันเป็นก้อน และทำลายสารอาหารบางอย่างได้ ควรใช้น้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้อุ้นในการชงนม และพิจารณาใช้ภาชนะที่ทำจากแก้ว หรือพลาสติกที่ไม่ทำให้เกิดสาร BPA ที่เป็นอันตรายกับทารก หากไม่มีเวลาอาจใช้น้ำร้อนผสมกับน้ำต้มสุก ในอัตรา 1 : 3 ก่อนนำมาชงยม พิจารณาปริมาณน้ำและนมผงที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์

3. ไม่ควรเขย่าขวดแรง ๆ

การเขย่าขวดนมขึ้น ๆ ลง ๆ แรง ๆ เป็นวิธีที่ทำให้เกิดฟองอากาศได้ ซึ่งฟองอากาศเหล่านี้จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารของทารก เป็นสาเหตุทำให้ทารกท้องอืด ไม่สบายท้อง สามารถลดอาการท้องอืดด้วยการจับทารกให้เรอหลังกินนม และเปลี่ยนจากการเขย่านม เป็นวิธีหมุนวนขวดนมไปรอบ ๆ แทน จะทำให้นมผงกับน้ำผสมกันได้โดยไม่เกิดฟ้อง

4. ชงนมให้พอดีกินในแต่ละครั้ง

ชงนมให้พอดีกับปริมาณที่ทารกกิน หรือหากทารกกินนมไม่หมด นมที่เหลือสามารถเก็บในอุณหภูมิปกติได้ แต่ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงหลังชงเสร็จ แต่ก็ไม่ควรให้ทารกกินต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือท้องเสียได้

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด