ผักที่ดีที่สุดสำหรับทำน้ำผัก (Vegetable Juice)

Rate this post

น้ำผัก คือ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น้ำผักปั่นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้รักสุขภาพ ที่มองหาวิธีการที่รวดเร็วและสะดวกในการเพิ่มปริมาณสารอาหารให้ร่างกาย

อย่างไรก็ตาม หากเพิ่งเริ่มคั้นน้ำผัก อาจพบว่ามันยากที่จะเลือกผักชนิดใดมาใช้

ผักที่ดีในการทำน้ำผัก

1.คะน้า

คะน้าเป็นผักใบเขียวที่มีรสชาติอ่อน ๆ เข้ากันได้ดีกับผลไม้และผักอื่น ๆ ในน้ำผักปั่น

เป็นส่วนผสมที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญหลายชนิด รวมทั้งวิตามิน A, C และ K

คะน้าดิบมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นพิเศษ เช่น เบต้าแคโรทีน

สารต้านอนุมูลอิสระทำให้โมเลกุลที่เป็นอันตรายกลายเป็นกลาง หรือที่เรียกว่าอนุมูลอิสระเพื่อช่วยป้องกันสภาวะต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ

การดื่มน้ำคะน้าสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ซึ่งรวมถึงคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ด้วย

ผลการศึกษาหนึ่งในผู้ชายที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงพบว่าการดื่มน้ำคะน้า 5 ออนซ์ (150 มล.) ทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน สามารถลดคอเลสเตอรอล LDL (ไม่ดี) ลงได้ 10% และเพิ่ม HDL ที่ป้องกันโรคหัวใจได้ 27%

2. แครอท

แครอทมีรสหวานเล็กน้อยและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี แครอทจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำน้ำปั่นเพื่อสุขภาพ

มีแคลอรีต่ำ มีวิตามินเอ ไบโอติน และโพแทสเซียมสูง

แครอทเป็นผักเพื่อสุขภาพที่เต็มไปด้วยแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นรงควัตถุจากพืชที่ทำงานเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพต่อร่างกาย ได้แก่ เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน อัลฟาแคโรทีน และลูทีน

ผลการศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารที่มีแคโรทีนอยด์สูงนั้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคตาเสื่อม โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด รวมทั้งโรคเกี่ยวกับต่อมลูกหมากที่ลดลง

ความหวานของน้ำแครอทเข้ากันได้ดีกับผักและผลไม้ทั่วไป เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว ขิง และหัวบีท

3. หัวบีท

นอกจากสีสันที่สดใส และรสชาติที่เหมือนดินแล้ว หัวบีทยังเพิ่มประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายให้กับการกินน้ําผักปั่นทุกวัน

หัวบีทยังมีคุณค่าทางโภชนการทั้งแมงกานีส โพแทสเซียม และโฟเลต

หัวบีทมีไนเตรตสูง ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่ดีต่อสุขภาพ

ผลการศึกษาพบว่าน้ำบีทรูทที่อุดมด้วยไนเตรตอาจช่วยเพิ่มความดันโลหิต สมรรถภาพทางกายและจิตใจ

บีทรูทไม่เพียงช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำผักแล้ว แต่ส่วนยอดสีเขียวของบีทรูทก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถคั้นเป็นน้ำผักได้เช่นกัน

เมื่อโพแทสเซียมในเลือดต่ำจะเป็นอย่างไรอ่านต่อที่นี่

4. กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ชัดเจนนักสำหรับการคั้นน้ำผักผลไม้ แต่ก็ถือเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และรสอร่อย

กะหล่ำปลีอุดมไปด้วยวิตามินเค และซี พร้อมกับสารอาหารอื่น ๆ เช่น โฟเลต แมงกานีส และวิตามินบี 6

นอกจากนี้ยังจัดเป็นผักตระกูลกะหล่ำ และมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผักอื่น ๆ เช่น บร็อคโคลี่ คะน้า กะหล่ำดอก และกะหล่ำดาว

ผลการศึกษาพบว่าการกินผักตระกูลกะหล่ำมากขึ้นนั้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และการอักเสบที่ลดลง

5. ผักโขม

ผักโขมเป็นผักเพื่อสุขภาพใบเขียวที่ให้รสชาติอ่อน ๆ สดชื่นแก่สมูทตี้และน้ำผัก

มีวิตามิน A และ C สูง และให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น เควอซิทิน แคมป์เฟอรอล และลูทีน

ผักโขมยังอุดมไปด้วยไนเตรต ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจ

ผลการศึกษาพบว่าการบริโภคผักโขมเป็นเวลา 7 วัน จะช่วยลดความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิก (ความดันโลหิตบนและล่างที่ตรวจวัดได้) และความดันโลหิตสูงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ

งานวิจัยยังพบว่าน้ําผักเพื่อสุขภาพที่มีผักโขมมีฤทธิ์ลดกรด จึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน

6. บรอกโคลี

บรอกโคลีเป็นผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

เป็นแหล่งที่ดีของสารอาหารสำคัญ เช่น โพแทสเซียมและวิตามิน A, B6 และ C

นอกจากนี้ยังมี kaempferol ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีประสิทธิภาพ และสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ลดการอักเสบ และลดการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

การรับประทานผักสีเขียวที่อุดมไปด้วย kaempferol และสารต้านอนุมูลอิสระ 1 หน่วยบริโภคต่อวัน ยังช่วยชะลอความเสื่อมของอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอายุ

ใส่หัวบรอกโคลีและก้านลงในเครื่องคั้นน้ำผักเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับสูตรน้ำผักสีเขียว

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด